สมัคร สมาชิก ใหม่ เครดิต ฟรี

  • เวลา:
  • เรียกดู:0
  • แหล่งที่มา:สล็อต 888
กกร.แสมัคร สมาสมัคร สมาชิก ใหม่ เครดิต ฟรีชิก ใหม่ เครดิต ฟรีสมัคร สมาชิก ใหม่ เครดิต ฟรีนะ SME ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้เพื่อรับการดูแลทั่วถึงหลังสิ้นสุดพักหนี้ ข่าวเศรษฐกิจ20 ต.ค. 63 18:152020-10-20 Facebooสมัคร สมาชิก ใหม่ เครดิต ฟรีkTwitterLine นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ระบุว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไรวัสโคโรนา (โควิด-19) ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในมาตรการที่ออกคือ มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ต.ค.63 ธปท.ออกประกาศให้สถาบันการเงิน คงสถานการณ์จัดชั้นลูกหนี้ถึงสิ้นปี 2563 สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPL ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้สถาบันการเงินเร่งดำเนินการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงปรับมาตรการจากการขยายการพักชำระหนี้ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นี้ สำหรับมาตรการพักชำระหนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและสมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1.05 ล้านบัญชี เป็นยอดหนี้ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อมและปรับตัว เป็นการให้เวลากับธุรกิจของลูกหนี้ ธนาคารเจ้าหนี้ได้มีเวลาในการศึกษาผลกระทบของลูกหนี้แต่ละรายและกำหนดแผนการชำระหนี้ให้เหมาะสอดคล้องกับแผนธุรกิจ กระแสเงินสดภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจที่จะสามารถข้ามผ่านผลกระทบดังกล่าวไปได้ โดยลูกหนี้ที่เข้าข่ายในการเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติหลังหมดมาตรการ ซึ่งธนาคารประเทศไทย ประมาณว่ามีถึงกว่า 60% ของยอดหนี้ที่เข้าข่ายในการเข้าร่วมโครงการกลุ่มที่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจแต่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งหลังหมดโครงการธนาคารแห่งประเทศไทย จะให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งธนาคารประเทศไทย ประมาณว่ามีกว่า 20% ของยอดหนี้ที่เข้าข่ายในการเข้าร่วมโครงการกลุ่มที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ ซึ่งหลังหมดโครงการ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้เป็นรายกรณี ได้อีกไม่เกิน 6 เดือน นับจากสิ้นปี 2563 ซึ่งธนาคารประเทศไทย ประมาณว่ามี 10% ของยอดหนี้ที่เข้าข่ายในการเข้าร่วมโครงการกลุ่มที่ขาดการติดต่อกับสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 6% ของยอดหนี้ที่เข้าข่ายที่สามารถเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ ธปท. ได้ออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์จัดชั้นลูกหนี้ถึงสิ้นปี 2563 สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPL ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้สถาบันการเงินเร่งดำเนินการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงปรับมาตรการจากการขยายการพักชำระหนี้ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ต.ค.63 นี้ เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงรุกและตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละราย นายกลินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้ทราบว่ามีภาคธุรกิจไหนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ พร้อมเปิดช่องทางให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาในการติดต่อสถาบันการเงิน หรือยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันกับสถาบันการเงินได้ สามารถแจ้งความต้องการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ไปยังสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ “ทางด่วนแก้หนี้” ตลอด 24 ชม. หรือที่ศูนย์ประสานงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-345 1000) หรือศูนย์ประสานงานของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-018 6888 ต่อ 3520, 3540 ตามที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อประสานงานกับสมาคมธนาคารไทย และธนาคารเจ้าหนี้ต่อไป โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ต.ค. 63) FacebookTwitterLine Tags: SME, กกร., กระทรวงการคลัง, กลินท์ สารสิน, คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, ธนาคาร, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., เศรษฐกิจไทย